ข่าวและประกาศ



บวบหอมเป็นพืชเถาอายุสั้น เป็นพืชพื้นเมืองของเอเชียแถบร้อนเช่นในอินเดียและไทย มีมือจับเกาะช่วยพยุงลำต้น จึงต้องทำค้างหรือร้านให้เลื้อยเกาะ เป็นพืชที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็วได้ในดินแทบทุกชนิด แต่ดินควรมีความชื้นสม่ำเสมอ

ลำต้นมีลักษณะเป็นเถาสี่เหลี่ยมหรือเป็นเถากลมและมีร่องเป็นเส้นตามยาว เถามีความยาวได้ประมาณ 7-10 เมตร และจะมีมือสำหรับยึดเกาะเป็นเส้นยาวประมาณ 3 เส้น ตามลำต้นอ่อนและยอดอ่อนจะมีขนที่อ่อนนุ่ม เมื่อลำต้นแก่ขนเหล่านั้นก็จะค่อย ๆ หลุดร่วงไป ทุกส่วนของลำต้นเมื่อนำมาขยี้ดมดูจะมีกลิ่นเหม็นเขียว

ใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน ลักษณะของใบค่อนข้างกลม ปลายใบแหลม โคนใบเว้าเข้าหากันคล้ายรูปหัวใจ แผ่นใบจะมีรอยเว้าเข้าประมาณ 3-7 รอย และริมขอบใบจะเป็นรอยหยักหรือคลื่นเล็กน้อย ใบมีขนาดกว้างประมาณ 15-25 เซนติเมตร และยาวประมาณ 8-25 เซนติเมตร หลังใบเป็นสีเขียวแก่ ส่วนท้องใบเป็นสีเขียวอ่อน ใบอ่อนจะมีขนมาก เมื่อใบแก่จะค่อย ๆ หลุดร่วงไป เห็นเส้นใบนูนได้ชัดเจนประมาณ 3-7 เส้น ส่วนก้านใบมีลักษณะเป็นเหลี่ยมและมีขนอ่อนนุ่ม มีความยาวของก้านใบประมาณ 4-9 เซนติเมตร  สามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด

เป็นพืชที่มีระบบรากลึกปานกลาง พื้นที่ปลูกควรขุดหลุมลึกประมาณ 25-30 เซนติเมตร ตากดินไว้ 5-7 วัน ในหลุมใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้วลงไปประมาณ 3 ใน 4 ของหลุม  พรวนและย่อยดินที่จะใช้กลบหลุมและบริเวณโดยรอบหลุมปลูกให้ละเอียด

หลุมปลูกควรอยู่บริเวณโคนเสาที่จัดสร้างขึ้นมาเป็นซุ้มตามสภาพและลักษณะที่ต้องการ ระยะระหว่างต้นที่เหมาะสมควรอยู่ที่  75 เซนติเมตร หลังจากเตรียมดินดีแล้วให้หยอดเมล็ดโดยตรงลงหลุม หลุมละ 4-5 เมล็ด ลึกลงไปในดินประมาณ 2-4 เซนติเมตร กลบด้วย

ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกหรือดินละเอียดหนาประมาณ 1 เซนติเมตร ตามด้วยรดน้ำให้ชุ่ม แล้วใช้ฟางหรือหญ้าแห้งคลุมบาง ๆ เพื่อช่วยรักษาความชื้นของดิน

หลังจากเมล็ดงอกได้ประมาณ 15 วัน ให้ถอนแยกเหลือหลุมปลูกละ 3 ต้น เมื่อบวบหอมเริ่มเลื้อย คอยจัดแต่งให้เกาะไปตามเสาซุ้มที่สร้างขึ้นมาไม่นานบวบหอมก็จะเกาะเลื้อยขึ้นไปอยู่ตามโครงของซุ้มจนเต็ม ควรให้น้ำอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอแต่ไม่แฉะเกินไป และอย่าให้ขาดน้ำโดยเฉพาะช่วงที่บวบหอมออกดอกติดผล ในการเก็บเกี่ยวนั้นถ้าต้องการเก็บเพื่อบริโภคหรือขายผลอ่อน ควรเก็บขณะผลยังอ่อนอยู่ แต่ถ้าต้องการเก็บเพื่อเอาเส้นใยต้องเก็บผลแก่ ๆ โดยทั่วไปแล้วอายุเก็บเกี่ยวของบวบหอมจะอยู่ที่ประมาณ 50-60 วัน หลังจากหยอดเมล็ดไปแล้ว

บวบหอมเป็นพืชที่ใช้บริโภคส่วนของผล นิยมนำมารับประทาน เช่นเดียวกับบวบเหลี่ยม และนอกจากจะใช้ส่วนของผลสดแล้ว ผลบวบแห้งก็สามารถนำมาแกะเปลือกเอาเส้นใย นำมาใช้ล้างมือ ถูตัวเวลาอาบน้ำได้อีกด้วย

ในทางสมุนไพร มีสรรพคุณแก้ร้อนใน ทางด้านการแพทย์จีนได้จัดให้บวบอยู่ในอาหารประเภทเย็น เหมาะสำหรับการบริโภคในฤดูร้อนจะได้ช่วยขับความร้อนคลายความร้อนในร่างกาย และดับร้อนถอนพิษ ช่วยระบายท้อง  ขับลม  แก้เลือดออกตามทางเดินอาหาร แก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ

สำหรับราคาขายในท้องตลาดโดยทั่วไปของบวบหอมจะอยู่ที่ประมาณ 11.50 บาท ถึง 16 บาท ต่อกิโลกรัม.

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/agriculture/611092

 

เผยแพร่ : 26-11-2560 22:16:42

Copyright (c) 2016 องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร All Rights Reserved

101 ถนนกำแพงเพชร แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900