กิจกรรมติดตามความร่วมมือในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ.2560 – 2564) ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) 3 ฝ่าย ครั้งที่ 7/2562 ในวันที่ 5 สิงหาคม 2562 เวลา 13.30 – 15.30 น. ณ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เขต

       กิจกรรมติดตามความร่วมมือในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ.2560 – 2564) ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) 3 ฝ่าย ครั้งที่ 7/2562 ในวันที่ 5 สิงหาคม 2562 เวลา 13.30 – 15.30 น. ณ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 1. ผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย - ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. จำนวน 11 คน - ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) จำนวน 2 คน - ผู้แทนจากองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร จำนวน 23 คน - เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 5 คน 2. สาระสำคัญของการประชุมสรุปได้ดังนี้ 2.1 ผู้แทนจากองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร โดยรองผู้อำนวยการ อ.ต.ก. (นางณัฐวีย์ ชัยมาลี) ได้กล่าวต้อนรับผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. และ สคร. 2.2 ผู้แทนจากองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (นายศิริพงศ์ ยวงทอง) ได้กล่าวรายงานสรุปผลการดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) 3 ฝ่ายที่ผ่าน โดยแยกกิจกรรมตั้งแต่ปี 2560 – 2562 รายละเอียดตามเอกสารแนบ 2.3 ผู้แทนจากสำนักงาน ป.ป.ช. โดยนายมนต์ชัย วสุวัต ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้กล่าวขอบคุณผู้บริหารองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และได้กล่าวชื่นชมองค์การตลาดเพื่อเกษตรกรที่ได้ดำเนินงานสอดคล้องกับนโยบายชาติที่วางไว้ร่วมกันและให้ข้อเสนอแนะว่า ปัจจุบัน สำนักงานประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) และสำนักงานส่งเสริมธรรมาภิบาล เป็นผู้ดูแลหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ โดยในช่วงปี 2563 – 2564 ได้เน้นย้ำเรื่องการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) ซึ่งเป็นตัวที่สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานและจัดการภายในองค์กรหลายๆ ด้าน นอกจากนั้น ได้เน้นย้ำเรื่องการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน ผลประโยชน์ส่วนรวม ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 126 นอกจากเจ้าพนักงานของรัฐที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้เป็นการเฉพาะแล้ว ห้ามมิให้กรรมการ ผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ และเจ้าพนักงานของรัฐที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศกําหนด ดําเนินกิจการดังต่อไปนี้ (๑) เป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทํากับหน่วยงานของรัฐที่เจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้น ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐซึ่งมีอํานาจไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในการกํากับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบหรือดําเนินคดี (๒) เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่เข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ ที่เจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐซึ่งมีอํานาจไม่ว่าโดยตรงหรือ โดยอ้อมในการกํากับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบหรือดําเนินคดี เว้นแต่จะเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจํากัดหรือ บริษัทมหาชนจํากัดไม่เกินจํานวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด (๓) รับสัมปทานหรือคงถือไว้ซึ่งสัมปทานจากรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือ ราชการส่วนท้องถิ่น อันมีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอน หรือเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือ บริษัทที่รับสัมปทานหรือเข้าเป็นคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว ในฐานะที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐซึ่งมีอํานาจมาตรา 129 การกระทําอันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติในหมวดนี้ให้ถือว่าเป็นการกระทําความผิด ต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการหรือความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมโดยสำนักงาน ป.ป.ช. จะส่งเสริมให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจนำแผนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมโดยขณะนี้ ทาง ป.ป.ช. อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำ Web Application สำหรับรายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการ ซึ่งดำเนินการไปแล้ว 70 – 80% ทาง ป.ป.ช. จะส่งลิ้งค์ Web Application ดังกล่าวให้แต่ละหน่วยงานทดลองใช้งานประมาณต้นเดือนกันยายน และจะจัดอบรมให้ความรู้เรื่องการใช้งาน Application ประมาณสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกันยายน โดยจะส่งหนังสือแจ้งให้แต่ละหน่วยงานทราบในภายหลัง สำหรับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐประจำปี 2562 ทาง อ.ต.ก. ได้ดำเนินการประเมินโดยครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการพิจารณาผลคะแนน 2.4 ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ โดยนางสาวรสา กาญจนสาย ที่ปรึกษาด้านการประเมินผลรัฐวิสาหกิจ สคร. กล่าวว่า สคร. มีหน้าที่ดูแลรัฐวิสาหกิจด้านการประเมินผล การลงทุน การนำส่งรายได้ การจัดสรรกำไร และด้านอื่นๆ ยกเว้นเรื่องแรงงานสัมพันธ์ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกรมแรงงาน โดยการดำเนินงานเดิม สคร. ดำเนินงานตามมติ ครม. แต่ปัจจุบันได้มีการทำเป็นกฎระเบียบที่สำหรับไว้ใช้ถือปฏิบัติในการดำเนินงาน โดยทาง สคร. ได้เคยมาบรรยายที่ อ.ต.ก. และได้ทราบว่า ผู้บริหารและพนักงาน อ.ต.ก. มีปัญหาเกี่ยวกับระบบ Internal Control ทำให้ อ.ต.ก. ประสบปัญหาโครงการลำไยที่ผ่านมา โดย สคร. ได้ให้ข้อคิดไว้ว่า “ในการรับนโยบายจากรัฐบาลหรือผู้บังคับบัญชา หากการสั่งการนั้นไม่ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับและกฎหมาย ไม่เป็นไปตามแผน ให้ปฏิเสธที่จะดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว การที่แต่ละองค์กรไม่เจริญก้าวหน้า เติบโตตามสภาวะเศรษฐกิจ เกิดจากการที่พนักงานในหลายหน่วยงานปฏิบัติงานตามข้อสั่งการมากกว่าแผนงานที่ได้วางไว้ การดำเนินการตามนโยบายที่เราไม่ได้มีการป้องกันตัวเอง สิ่งที่จะได้รับคือการรับผิดในสิ่งที่ได้กระทำไป นโยบายเปลี่ยนได้ แต่กฎหมายและระเบียบไม่เปลี่ยน” ฉะนั้น โครงการองค์กรโปร่งใสที่ ป.ป.ช. ดำเนินการอยู่จะเป็นเครื่องมือสนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจโดยเฉพาะพนักงานทุกคนดำเนินการตามนโยบายที่ถูกต้อง โปร่งใส ซึ่งจะทำให้องค์กรเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน คะแนน ITA จะเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานภายในของแต่ละองค์กร หากคะแนน ITA ของหน่วยงานอยู่ในเกณฑ์ไม่ดี แสดงให้เห็นว่าแผนการและการดำเนินงานในองค์กรยังไม่มีประสิทธิภาพ ไม่โปร่งใสและเป็นธรรมมีจุดด้อยที่ยังต้องปรับปรุงแก้ไข โดยการประเมินของ สคร. จะเป็นในรูปแบบ 2 Way Communication คือ มีการถามและตอบ เพื่อให้อีกฝ่ายได้มีการชี้แจงและอธิบายเหตุผล ปัจจุบันประเด็นปัญหาใหญ่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คือ ปัญหางบประมาณ การเงิน เนื่องจากยังมีการดำเนินงานที่ล้าสมัย ล่าช้า เอกสารรายละเอียดไม่ครบ ทำให้ สตง. ไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบได้ การเบิกจ่ายเงินไม่เป็นไปตามกรอบระยะเวลา

เผยแพร่ 17-09-2562 16:07:07


Copyright (c) 2016 องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร All Rights Reserved

101 ถนนกำแพงเพชร แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900