ข่าวและประกาศ



องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้อนุมัติใหม่มีการใช้ยาเม็ดดิจิทัลเป็นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา ความพิเศษของยาเม็ดดิจิทัลคือ มีการฝังเซ็นเซอร์ขนาดเล็กลงในเม็ดยา เพื่อการตรวจสอบว่าร่างกายได้รับยาอยู่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ โดยยาเม็ดดิจิทัลมีชื่อว่า Abilify MyCite  และเซ็นเซอร์ที่อยู่ภายในเม็ดยาจะสื่อสารข้อมูลกับอุปกรณ์ Patch  ที่ผู้ป่วยสวมใส่อยู่ จากนั้น Patch จะส่งข้อมูลทางการแพทย์ไปยังแอพฯ  บนสมาร์ทโฟน โดยที่ผู้ป่วยสามารถอัพโหลดข้อมูลไปให้คุณหมอ  หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ทางการรักษา  โดยที่ Abilify เป็นยาสำหรับรักษาอาการ โรคจิตเภท, โรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar disorder) และยังใช้รักษาอาการโรคซึมเศร้าด้วย    

ภายในเม็ดยา Abilify MyCite มีการติดตั้งเซ็นเซอร์ที่มีขนาดเล็กเท่ากับเม็ดทรายที่ทำจากวัสดุซิลิคอน ทองแดง และแมกนีเซียม โดยที่สัญญาณทางไฟฟ้าจะถูกกระตุ้นให้ทำงาน  เมื่อเซ็นเซอร์สัมผัสกับกรดในกระเพาะอาหาร และเมื่อเสร็จงานของมัน  เซ็นเซอร์ก็จะถูกขับถ่ายออกมาตามธรรมชาติ อุปกรณ์ Patch  จะถูกสวมใส่อยู่บริเวณซี่โครงซ้ายของผู้ป่วย  และมันจะได้รับสัญญาณจากเซ็นเซอร์ที่อยู่ในร่างกายเป็นเวลาหลายนาทีหลังจากที่เม็ดยาถูกย่อย  จากนั้น Patch จะส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างเช่น ช่วงเวลาที่ได้รับยา  และข้อมูลปริมาณยา ไปยังสมาร์ทโฟนผ่านสัญญาณบลูทูธ นอกจากนี้อุปกรณ์  Patch ยังทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์ Fitness tracker ไปด้วยในตัว  ด้วยการวัดปริมาณกิจกรรมที่ผู้ป่วยทำในแต่ละวัน คุณภาพการนอนหลับ  จำนวนก้าวเดิน และอัตราการเต้นของหัวใจ และต้องมีการเปลี่ยน Patch  ใหม่ทุกๆ 7 วัน โดยผู้ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ป่วยได้ก็มี คุณหมอ  และคนอื่นๆ อีก 4 คนซึ่งอาจจะเป็นสมาชิกในครอบครัว หรือบุคคลอื่นๆ  ที่ผู้ป่วยไว้วางใจจะให้เข้าถึงข้อมูล  และผู้ป่วยสามารถยกเลิกสิทธิ์การเข้าดูข้อมูลของใครก็ได้ตามต้องการ

เม็ดยาดิจิทัลเป็นผลจากการวิจัยนานนับปี  โดยความร่วมมือระหว่าง Otsuka ที่เป็นบริษัทยาของประเทศญี่ปุ่น และ Proteus  Digital Health  บริษัทที่เชี่ยวชาญทางด้านการให้ข้อมูลทางการแพทย์แบบดิจิทัล  ซึ่งทำหน้าที่สร้างตัวเซ็นเซอร์ และเม็ดยาดิจิทัลถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาที่ผู้ป่วยได้รับยาอย่างไม่ถูกต้องเหมาะสม โดยสถาบัน IMS มีการประเมินกันว่า ปัญหาการได้รับยาอย่างไม่ถูกต้องเหมาะสม  ทำให้เกิดผลการรักษาไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย  ทำให้ต้องเสียงบประมาณไปกับเรื่องยารักษาโรคสูงถึง 2  แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2012  และการอนุญาตให้ใช้ยาเม็ดดิจิทัลในครั้งนี้ของ FDA  ยังเป็นการเปิดประตูสำหรับการใช้ยาในรูปแบบอื่นๆ  ที่นอกเหนือจากการรักษาสุขภาพจิตด้วย

ผู้เชี่ยวชาญ  ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลทางการแพทย์  โดยคุณ Ameet Sarpatwari อาจาร์ยแพทย์แห่ง Harvard Medical School กล่าวว่า  "ยาเม็ดดิจิทัลมีความเป็นไปได้ที่ยกระดับสาธารณสุข  แต่ถ้ามีการนำไปใช้อย่างไม่เหมาะสม มันจะทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจ  ระหว่างผู้ป่วยกับบุคลากรทางการแพทย์ "   

ทางฝั่งของ Otsuka ซึ่งเป็่นเจ้าของเทคโนโลยีนี้ ยังไม่ได้ระบุราคาของยาเม็ดดิจิทัล โดยสื่อ Wall Street Journal รายงานว่าทางบริษัทมองหาความร่วมมือกับบริษัทประกันภัยที่ให้การคุ้มครอง และจะไม่เปิดสายการผลิตจนกว่าจะมีความร่วมมือกับบริษัทประกันภัย


ที่มา : www.theverge.com                                                    

 

เผยแพร่ : 26-11-2560 20:41:45

Copyright (c) 2016 องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร All Rights Reserved

101 ถนนกำแพงเพชร แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900