ภาชนะบรรจุอาหารที่ทำจากโฟม

ถาดโฟมบรรจุอาหารเป็นภาชนะที่มีน้ำหนักเบา มีความยึดหยุ่นพอสมควร ราคาถูก ภายในเนื้อเป็นรู ฟองอากาศคล้ายฟองน้ำ ผลิตจากเม็ดพลาสติก PS (Polystyrene) ผ่านการเป่าพองอากาศ และขึ้นรูปเป็นภาชนะ  สามารถทนความร้อนได้ไม่เกิน 70องศาเซลเซียส และไม่ทนอาหารที่มีไขมัน  ถ้านำถาดโฟมบรรจุของร้อนหรือของที่มีไขมันสูงจะเกิดสารปนเปื้อนชนิดสไตรีนมอนอเมอร์ (Styrene Monomer) ออกมาปะปนกับอาหารได้ สารเคมีชนิดนี้โดยตัวมันเองไม่ทำให้เกิดพิษ แต่เมื่อเข้าไปสะสมในร่างกายกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย จะเปลี่ยนสารตัวนี้ให้เป็นสารเคมีอีกชนิดหนึ่งซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง สำหรับปริมาณของสารที่จะหลุดออกมาปนเปื้อนกับอาหารนั้น จะมาหรือน้อยขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของอาหาร ปริมาณไขมันในอาหารและระยะเวลาที่สัมผัส

สาเหตุของปัญหาในการใช้โฟม

1.     ปัญหาปริมาณขยะโฟมและพลาสติกเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน และยากต่อการจัดการ

2.     กระบวนการกำจัดโฟมและพลาสติกเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน

3.     เกิดปัญหาด้านสุขภาพและอัตราผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่มาจากบริโภคสารพิษปนเปื้อนจากภาชนะที่ทำจากโฟมและพลาสติก

4.     ส่วนใหญ่ เจ้าของร้านค้าอาหารเป็นผู้ตัดสินใจในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บรรจุอาหาร โดยที่ผู้บริโภคไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจในการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์อาหาร ส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับสารพิษปนเปื้อนโดยไม่รู้ตัว

สารพิษที่มาจากพลาสติกและกล่องโฟมใส่อาหาร

สารพิษที่พร้อมจะปนเปื้อนกับอาหาร จากการใช้ถุงพลาสติกหรือกล่องโฟมเหล่านี้มีมากมายหลายชนิด เช่น ในกล่องโฟม / ถาดโฟมที่ใช้บรรจุอาหาร เมื่อได้รับความร้อนสูงจะให้สาร 2 ชนิด คือ เบนซีน (Benzene) และ  สไตรีน (Styrene) ซึ่งสารดังกล่าวจะละลายได้ดีในอาหารที่มีส่วนประกอบของไขมัน สำหรับเบนซีน หากได้รับเข้าสู่ร่างกายเป็นเวลานานอาจทำให้โลหิตจาง (Anemia) หรือมะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia) ได้  ส่วน    สไตรีน ผลต่อร่างกายเมื่อถูกผิวหนังหรือเข้าตาจะทำให้ระคายเคือง หากสูดดมเข้าไปจะมีอาการไอ และหายใจลำบาก  เพราะไปทำให้เยื่อเมือกเกิดความระคายเคือง  ปวดศีรษะ  ง่วงซึม  อย่างไรก็ตาม นอกจากเบนซีนและ   สไตรีนแล้ว ยังมีสารไวนิลคลอไรด์ (Vinylchloride) ที่ปนเปื้อนในพลาสติกพีวีซี ซึ่งสารตกค้างของสารไวนิลคลอไรด์ อาจทำให้เกิดมะเร็งตับได้ และสารไดออกซิน (Dioxin) ซึ่งพบในพลาสติกบางประเภท   ไดอกซินเป็นสารก่อมะเร็ง ในปอด  กระเพาะอาหาร  ตับ  ต่อมน้ำเหลือง  และผิวหนัง มีผลต่อระบบการสืบพันธ์ในเพศชาย ทำให้มีตัวอสุจิน้อยลง  ส่วนเพศหญิงรังไข่และมดลูกจะผิดปกติ  ซึ่งทารกที่เกิดจากหญิงที่ได้รับสารชนิดนี้ในปริมาณมาก มีความเสี่ยงต่อความผิดปกติ ในวัยแรกเกิดด้วย

นิทรรศการ

เดือนพฤศจิกายน 2554  นายกมลวิศว์ แก้วแฝก ผู้อำนวยการ อ.ต.ก. ได้ริเริ่มโครงการรณรงค์และขอความร่วมมือผู้ประกอบการค้าในตลาด อ.ต.ก. ให้เลิกใช้โฟมในการใส่อาหารจำหน่ายให้กับผู้บริโภค โดยได้จัดนิทรรศการที่ขึ้นตลาด อ.ต.ก. เชิญผู้ประกอบการค้าเข้าร่วมฟังคำบรรยาย ให้รับรู้และตระหนักถึงภัยร้ายแรงของโฟม และเชิญชวนให้หันมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุประเภทอื่นที่ปลอดภัย โดยได้เชิญบริษัทที่ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยใช้นวัตกรรมใหม่ทีเรียกว่า “ไบโอชานอ้อย” ซึ่งใช้วัสดุจากกากอ้อยมาเป็นวัตถุดิบ  สามารถทดแทนโฟมได้เป็นอย่างดี แต่ราคาค่อนข้างสูงกว่า จึงยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก อ.ต.ก.  จึงต้องดำเนินการรณรงค์อย่างต่อเนื่องต่อไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค